Like Box

วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561

Mercedes-AMG C63 Minor Change ปรับโฉมเติมความสดใหม่ให้กับตัวฮาร์ดคอร์

  ค่ายตราดาว Mercedes-Benz ในรุ่น C-Class ได้มีการปรับโฉมใหม่แทบจะทุกรุ่นทุกตัวถังแล้ว ทั้งรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา ตัวแรง AMG C43 จนมาถึงล่าสุดใน AMG C63 ซึ่งเป็นตัวแรงระดับท็อปๆของ C-Class เลยก็ว่าได้

  การเปลี่ยนแปลงภายนอกที่เห็นเด่นชัดสุดๆคือกระจังหน้าซี่ลวดแนวตั้งแบบ Panamericana เหมือน AMG 63 Series ตัวถังอื่นๆ และยังมีการออกแบบรายละเอียดบริเวณช่องระบายอากาศกันชนหน้าใหม่ ดีไซเนอร์ยังออกแบบซุ้มล้อของรถเพื่อให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ด้วย ในส่วนของด้านท้ายจะมีการออกแบบครีบรีดอากาศด้านท้ายใหม่ ปรับปรุงท่อไอเสียใหม่ ส่วนล้ออัลลอยจะมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 18-19 นิ้วที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์

  การเปลี่ยนแปลงภายในห้องโดยสารจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับ C-Class รุ่นย่อยอื่นๆ เข้ามาจะพบกับพวงมาลัยดีไซน์ใหม่พร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแบบสัมผัส หน้าปัดใหม่แบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว และชุดหน้าจออินโฟเทนเมนต์ตรงกลางขนาด 7 นิ้วหรือ 10.25 นิ้วที่มีให้เป็นออปชั่น

  ลูกค้ายังจะได้ทางเลือกการตกแต่งใหม่ๆ เช่น เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ-เทาแบบทูโทนตัดกับหนังเทียมสีส้ม ส่วนวัสดุที่ใช้ตกแต่งบนคอนโซลและแผงประตูก็จะมีให้เลือกทั้งลายไม้โอ๊คและวอลนัท

  ทางด้านขุมพลังไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มีการปรับปรุงแค่ซอฟท์แวร์เกียร์ใหม่ โดยจะมากับเครื่องเบนซิน 4.0 ลิตร V8 พละกำลังสูงสุด พละกำลังสูงสุด 476 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 650 นิวตัน-เมตร หากยังแรงไม่พอ ยังมีรุ่น C63 S ที่ใช้เครื่องเดียวกับแต่อัปเกรดสมรรถนะเป็น 510 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร

  ระบบส่งกำลังยังคงเป็นเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT MCT 9 สปีดที่ปรับปรุงอัตราทดเกียร์ให้สั้นลง อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 3.9 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 290 กม./ชม.

  นอกจากการอัปเกรดระบบเกียร์แล้ว ยังมีการอัปเกรดระบบกันสะเทือน AMG RIDE CONTROL ใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมกับระบบปรับความอ่อนแข็งช่วงล่าง Adaptive Damping Adjustment การปรับปรุงในจุดอื่นๆก็จะมีระบบเฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป และมีโหมดการขับขี่ AMG DYNAMICS ที่สามารถเลือกได้ถึง 6 โหมด ได้แก่ Slippery, Comfort, Sport, Sport+” RACE และ Individual

 Mercedes-AMG C63 Minor Change ยังไม่มีการประกาศราคาออกมา

ที่มา Carscoops

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

ชมภาพ Spyshot All-New Toyota Corolla Altis ที่เห็นสัดส่วนตัวถังชัดเจนมากขึ้น

   All-New Toyota Corolla Altis หรือ Corolla ตัวถังซีดานก็ได้ออกวิ่งทดสอบบนถนนมาเป็นระยะหนึ่งแล้ว และนี่ก็คือภาพ Spyshot เซตล่าสุดของ All-New Toyota Corolla Altis ที่เผยให้เห็นสัดส่วนตัวถังที่ชัดเจนมากขึ้น


  จากภาพเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าในส่วนของครึ่งคันหน้ารถแทบจะยกมาจาก Corolla Hatchback หรือ Auris ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อก่อนหน้านี้เลย แต่อาจจะมีการปรับรายละเอียดบริเวณกันชนหน้านิดหน่อยเพื่อเสริมสร้างความแตกต่าง

  ในส่วนของครึ่งคันหลังมีการออกแบบในส่วนของประตูท้ายใหม่ที่ชวนให้นึกถึง Toyota Yaris ATIV รวมทั้งโคมไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่มีทรงเรียวสวยงาม โดยรวมแล้วจะเห็นว่า Corolla Altis โฉมใหม่จะปรับให้มีความโฉบเฉี่ยวโค้งมนมากยิ่งขึ้น

  ภายในห้องโดยสารแม้จะไม่มีภาพถ่ายออกมาให้เห็น แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะใช้คอนโซลร่วมกับ Corolla Hatchback/Auris อย่างแน่นอน

Toyota Corolla Hatchback โฉมอเมริกา ภาพจาก Netcarshow

  All-New Toyota Corolla Altis จะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA เช่นเดียวกับ Toyota C-HR , Camry หรือ Corolla Hatchback/Auris โฉมล่าสุด ส่วนขุมพลังคาดว่าน่าจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบ พร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และนอกจากนี้่น่าจะมีเครื่องใหม่ที่ทำสมรรถนะดีกว่าเครื่อง 1.8 ลิตรเดิม (สเปคอเมริกา) ที่มีพละกำลัง 137 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 171 นิวตัน-เมตร ส่วนชาวไทยคิดว่าน่าจะหนีไม่พ้นเครื่อง 1.6 และ 1.8 ลิตรตามเคย

   All-New Toyota Corolla Altis โฉมอเมริกาจะสร้างขึ้นที่โรงงานในมิสซิสซิปปี้ และโรงงานแห่งใหม่ที่อลาบามาในอเมริกาที่แชร์ร่วมกับ Mazda และคาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวในสหรัฐฯช่วงกลางปี-ปลายปีนี้ ส่วนชาวไทยก็มีโอกาสยลโฉมภายในช่วงต้นปีหน้าครับ

ที่มา Motor1

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561

ชมภาพทีเซอร์ MG X-Motion Concept ต้นแบบรถอเนกประสงค์คันใหม่จากค่ายรถลูกครึ่งอังกฤษ-จีน

  ค่ายรถลูกครึ่งอังกฤษ-จีนอย่าง MG ยังคงเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆต่อเนื่อง ล่าสุดก็ได้ทำการปล่อยภาพทีเซอร์ของต้นแบบอเนกประสงค์หรูรุ่นใหม่  MG X-Motion Concept ออกมาให้ชมกันแล้ว

  ต้นแบบคันนี้ก็ยังคงใช้ธีมการออกแบบใหม่ของค่ายเหมือนที่พบใน MG X-Motion Concept , MG ZS , MG3 และ MG6 โฉมล่าสุด ภายนอกจะมากับกระจังหน้าลายเพชรขนาดใหญ่พร้อมไฟหน้าทรงสวยและกันชนที่ออกแบบให้รับกับไฟหน้า และด้วยตัวถังรถสีแดงจึงทำให้หลายคนอาจจะมองว่าคล้ายคลึงกับแบรนด์รถทางฝั่งญี่ปุ่นค่ายหนึ่ง

   ด้านข้างดูมีความเรียบหรูดูดีสไตล์ยุโรป มีการออกแบบแก้มด้านข้างบริเวณซุ้มล้อหน้าคล้ายๆรถยุโรปชั้นนำ เส้นสายบนตัวถังดูสะอาดตาและออกแบบตัวถังให้ดูมีมัดกล้าม ต่อเนื่องไปถึงด้านท้ายที่มากับโคมไฟ LED ทรงสวย

  ดูจากรูปทรงแล้ว MG X-Motion Concept จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตกว่า MG GS พอสมควร และสร้างบนพื้นฐานเดียวกับรถในเครือ SAIC เหมือนกันอย่าง Roewe RX8 นั่นเอง โดย Roewe RX8 จะวางเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ที่มากับพละกำลัง 221  แรงม้า แรงบิดสูงสุด 361 นิวตัน-เมตร ซึ่งก็เป็นไปได้ที่ต้นแบบ X-Motion เมื่อวางขายจริงอาจจะใช้เครื่องตัวนี้

 MG X-Motion Concept จะทำการเปิดตัวภายในงาน 2018 Beijing Auto Show ที่จะเริ่มขึ้นปลายเดือนเมษายนนี้ และคาดว่ารุ่นผลิตจริงจะมีการเปิดตัวภายในปี 2019

ภาพจาก Autohome

 

Chevrolet Camaro Minor Change ปรับหน้าตาใหม่ พร้อมนำเสนอเครื่องยนต์ใหม่

  ค่าย Chevrolet ได้ทำการเผยโฉมของรถสปอร์ตสุดเท่ Chevrolet Camaro ที่ได้รับการปรับโฉมหน้าตาภายนอกให้มีความสวยงามและดุดันมากขึ้น จะถูกใจสาวกโบว์ไทน์หรือไม่ลองเลื่อนดูต่อไปได้เลย

  ภายนอกมีการออกแบบกระจังหน้าและกันชนหน้าให้มีความโฉบเฉี่ยวดุดันมากขึ้น โดยจะแตกต่างกันตามชื่อรุ่นย่อย ทุกรุ่นจะมากับโคมไฟหน้าทรงใหม่ที่ดูเรียวสวยงามมากขึ้น ออกแบบกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ให้รับกับกันชนหน้า ในรุ่น SS จะพิเศษตรงที่กระจังหน้าจะมีพื้นที่กินมาถึงกันชนหน้าด้วยดีไซน์ที่ชวนให้นึกถึงเจ้า Bumblebee ใน Transformers ภาคล่าสุด

ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบโคมไฟท้ายให้ดูมีมิติและเด่นชัดมากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงรายละเอียดบริเวณกันชนท้ายใหม่เช่นกัน นอกจากนั้นแล้วจะมีล้ออัลลอยลายใหม่ๆมาให้เลือกด้วย

ใน Camaro รุ่นปรับโฉมใหม่ ยังมีทางเลือกสีตัวถังใหม่ อย่างสีน้ำเงิน Riverside Blue ที่เป็นการรำลึกถึงรถแข่ง Penske-Donohue Camaro Trans-Am ในปี 1967

  สำหรับภายในห้องโดยสารมีปรับปรุงเล็กน้อย โดยระบบอินโฟเทนเมนต์จะติดตั้งเป็นเวอร์ชั่น 3 ซึ่งอัปเดตการเชื่อมต่อกับ Bluetooth , เพิ่มแอพพลิเคชั่นมากขึ้น และ ปรับปรุงกราฟิกหน้าจอใหม่ให้สวยขึ้น

  ทางด้านขุมพลังและระบบขับเคลื่อนไม่มีข้อมูลมากนัก แต่ก็ทราบว่าในรุ่น SS จะมากับเครื่องยนต์ V8 พร้อมระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดพร้อมฟังก์ชั่น Launch control และ Line Lock

นอกจากนี้ยังมีการแนะนำรุ่น Turbo 1LE ตัวแต่งฮาร์ดคอร์แต่ใช้เครื่องยนต์บล็อกเล็ก มากับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 4 สูบเทอร์โบชาร์จ มากับพละกำลังสูงสุด 275 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดหรืออัตโนมัติ 8 สปีด มาพร้อมกับการปรับแต่งช่วงล่างแบบพิเศษ และยังมีโหมดการขับ  Track Mode และ Competition Mode ที่สามารถดูค่าต่างๆในการขับขี่ได้

  ราคาของ Chevrolet Camaro Minor Change ยังไม่มีการประกาศออกมา ส่วนชาวไทยคงต้องรอผู้นำเข้าอิสระเอามาขายนะครับ

ที่มา Carscoops

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561

2019 Toyota Yaris Sedan โฉมอเมริกาที่ปรับปรุงหน้าตาใหม่เล็กน้อย

 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ Toyota ในสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยข้อมูลของ Toyota Yaris Sedan รุ่นปี 2019 ที่ได้ทำการปรับปรุงเพิ่มความสดใหม่ ซึ่งหลายท่านเห็นรูปทรงแล้วอาจจะคุ้นตาและอาจจะเข้าใจผิดในบางเรื่องได้

  ใช่ครับ...Toyota Yaris Sedan ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเป็นการนำ Mazda 2 มาแปลงหน้าใหม่นั่นเอง และไม่ใช่การ "ก๊อปปี้" แต่อย่างใด แต่เป็นการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกันระหว่าง Toyota และ Mazda ซึ่งทางค่าย Mazda จะได้เทคโนโลยีไฮบริดของ Toyota ไป ส่วน Toyota จะขอให้ Mazda ส่งรถเล็กมาขายในสหรัฐฯและแปะตรา Toyota ขายนั่นเอง

  สำหรับภายนอกของ 2019 Toyota Yaris Sedan จะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบริเวณกระจังหน้าใหม่เป็นตะแกรงแบบรังผึ้ง เช่นเดียวกับไฟหน้าที่มีการออกแบบรายละเอียดใหม่ให้ดูสวยงามมากขึ้น รวมทั้งล้ออัลลอยที่มีการรมดำเพิ่มเติม ส่วนด้านท้ายยังไม่มีภาพออกมาให้เห็น

  2019 Toyota Yaris Sedan ทุกรุ่นจะติดตั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว , ระบบจดจำเสียง Voice Recognition , Remote Interface , พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และ ระบบการเชื่อมต่อ Bluetooth

  นอกจากนั้นแล้วยังติดตั้ง ปุ่มสตาร์ท , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ , กล้องมองภาพด้านหลัง , ลำโพง 6 ตัว , ช่องต่อ AUX , ช่องต่อ USB และยังติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนต์  SiriusXM All Access Trial ที่ให้ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน

   2019 Toyota Yaris Sedan สำหรับตลาดสหรัฐฯ จะแบ่งออกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ L , LE และรุ่นท็อปสุด XLE โดยรุ่นท็อปสุดนั้นจะมากับเบาะนั่งด้านหน้าหุ้มหนังเทียม, พวงมาลัยหุ้มหนัง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ไฟหน้า LED แบบอัตโนมัติ, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างใต้ประตู

  รุ่น LE และ XLE จะได้ไฟตัดหมอกหน้าเป็นมาตรฐาน , กระจกมองข้างแบบตัดแสงพร้อมไฟเลี้ยว LED ส่วนกระจกหน้าต่างไฟฟ้าจะเริ่มมีให้ตั้งแต่รุ่น L

  ทางด้านขุมพลังจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร พละกำลัง 106 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและอัตโนมัติ 6 สปีด

  ระบบความปลอดภัยมาตรฐานจะมี ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Dynamic Stability Control ,  ระบบป้องกันการลื่นไถล Traction Control System , ระบบความปลอดภัยก่อนการชนที่ความเร็วต่ำ Low-Speed Pre-Collision System , ระบบ Brake Over-Ride System ฯลฯ

  2019 Toyota Yaris Sedan ยังไม่มีการประกาศราคาแต่อย่างใด

ที่มา Carscoops

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561

All-New Volkswagen Touareg อเนกประสงค์หรูรุ่นใหม่ที่พกพาความสวยและล้ำสมัย

  เมื่อไม่นานมานี้ค่ายรถยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมันอย่าง Volkswagen ได้ทำการเปิดตัว All-New Volkswagen Touareg ที่ได้รับการออกแบบภายนอกและภายในให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น

  ภายนอกของ All-New Volkswagen Touareg ได้รับการออกแบบให้มีความเรียบหรูกว่ารุ่นเดิมที่มีคาแรคเตอร์ค่อนไปทางออฟโรดมากกว่า รถจะสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม MLB เช่นเดียวกับ Porsche Cayenne โฉมล่าสุด ทาง VW อ้างว่าชิ้นส่วนอย่างเดียวที่ใช้ร่วมกับ Cayenne ก็คือกระจกบังลมหน้ารถ

  ขนาดตัวถังของ All-New Volkswagen Touareg  จะมีความยาว 4,878 มม. มิลลิเมตร (มากกว่ารุ่นก่อน 77 มิลลิเมตร) ความกว้างอยู่ที่ 1,984 มม. (เพิ่มขึ้น 44 มิลลิเมตร) และความสูง 1,702 มม. (เตี้ยลง 7 มิลลิเมตร) และด้วยการสร้างบนพื้นฐานของแพลตฟอร์มใหม่ยังส่งผลให้ Touareg โฉมใหม่น้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนถึง 106 กิโลกรัม

  รูปโฉมภายนอกจะยกระดับความทันสมัยที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มีเส้นสายภายนอกที่ดูเฉียบคมขึ้น ซึ่งจะอ้างอิงดีไซน์ภายนอกมาจากรถต้นแบบ VW T-Prime Concept (ดูรูปรถต้นแบบ ที่นี่!) ดูเผินๆแทบจะไม่ต่างจากต้นแบบเลย เพียงแค่ปรับรายละเอียดบางจุดเท่านั้น

  อีกจุดที่โดดเด่นคือภายในห้องโดยสารที่ออกแบบแดชบอร์ดด้านหน้าให้ดูล้ำสมัยน่าสัมผัสกว่าเดิม รวมทั้งตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพสูง โดยทาง VW จะเรียกการตกแต่งภายในแบบนี้ว่า "Innovision Cockpit"  แดชบอร์ดหน้าจะติดตั้งหน้าจอสัมผัสตรงกลางขนาดใหญ่ถึง 15 นิ้ว ซึ่งจะเป็นส่วนของพื้นกระจกเดียวกับชุดหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว บริเวณคอนโซลจะมีสวิตซ์และปุ่มกดเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น นอกนั้นจะสั่งการผ่านทางหน้าจอสัมผัสทั้งหมด

  All-New Volkswagen Touareg จะมากับแซสซีส์ที่มาพร้อมกับระบบป้องกันการโคลงที่ช่วยในเรื่องของคุณภาพการขับขี่และการทรงตัวที่ดีขึ้น ทาง VW ยังมีระบบช่วงล่างแบบถุงลมให้เลือกเป็นออปชั่นด้วย  สำหรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะมากับระบบ lockable center differential และมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 รูปแบบ ส่วนระบบพวงมาลัยที่สามารถบังคับเลี้ยวล้อหลังได้จะมีให้เป็นมาตรฐาน

   สำหรับทางเลือกเครื่องยนต์นั้นจะมีทั้งเบนซิน ดีเซล และปลั๊กอินไฮบริด โดยเครื่องยนต์เบนซินจะมีทางเลือกเดียว ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 พละกำลังสูงสุด 335 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลจะประกอบด้วยความจุ 3.0 ลิตร V6 ที่มีพละกำลังทั้งแบบ 228 แรงม้า และ 282 แรงม้า นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดีเซล 4.0 ลิตร V8 พละกำลัง 417 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 900 นิวตัน-เมตร

ส่วนขุมพลังแบบปลั๊กอินไฮบริด จะมีพละกำลังที่ 362 แรงม้า สามารถวิ่งด้วยโหมดไฟฟ้าในระยะทาง 58 กม. ซึ่งน่าจะเปิดตัวในประเทศจีนก่อนช่วงปลายปี 2019 ส่วนยุโรปยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวในขณะนี้

  ฟีเจอร์เด่นๆใน All-New Volkswagen Touareg ก็จะมีไฟหน้าแบบ LED Matrix , ระบบช่วยขับขี่ยามรถติด Traffic Jam Assist , ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist , ระบบเบรกอัตโนมัติ Autonomous Emergency Braking , ระบบกล้องมองภาพในเวลากลางคืน Night Vision Camera และระบบความปลอดภัยอื่นๆอีกมากมาย

    All-New Volkswagen Touareg จะเริ่มวางขายในแถบยุโรปช่วงกลางปีนี้

ที่มา Carscoops

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

All-New Ford Focus อาจจะไม่ผลิตและขายในประเทศไทยแล้ว!

  เมื่อไม่นานมานี้ที่ Ford ได้เปิดตัว All-New Ford Focus ออกมาให้แฟนๆทั่วโลกรวมทั้งคนไทยได้เห็นกันแล้ว หลายๆท่านที่ตามดูยอดขายของรถเก๋ง Ford ในไทยก็พอจะคาดเดาชะตากรรมได้แล้วว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

  ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่า All-New Ford Focus โฉมล่าสุดอาจจะไม่ผลิตและจำหน่ายในไทยเหมือนโฉมเดิมอีกต่อไปแล้ว อ้างอิงจากสำนักข่าว ฺBangkok Post ที่ให้ข่าวว่า ความต้องการของ Ford Focus ลดลงซึ่งอาจจะเป็นการปิดฉากตลาดรถเก๋งของ Ford ในไทย

  ปัจจุบัน Ford Focus ในตลาดไทยวางขายแค่ตัวถัง Hatchback เพียงแบบเดียวและมี 1 รุ่นย่อย ในราคาค่าตัว 1,099,000 บาท (อันนี้แปลตามเว็บ Bangkok Post และ Paultan รวมทั้งข้อมูลในเว็บ Ford ว่ามีรุ่นย่อยเดียว แต่ในความเป็นจริง Ford ยังมีอีกรุ่นคือรุ่น Trend ราคา 979,000 บาทที่เป็น Low-Spec แต่ไม่รู้เลิกจำหน่ายหรือยัง) และแม้จะเปลี่ยนระบบส่งกำลังใหม่เป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Torque Converter ไม่ใช่ Powershift แบบเดิม ก็ไม่สามารถกู้ยอดขายกลับมาได้

  ตามแหล่งข่าวยังบอกว่า All-New Ford Focus น่าจะมีแนวโน้มสูงมากที่จะไม่เอามาขายในไทยแล้ว จากการที่ Ford ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนที่จะเน้นขายรถในกลุ่มกระบะและรถอเนกประสงค์ PPV เสียมากกว่า ซึ่งล่าสุดค่าย Ford เองก็ได้ล้มเลิกแผนการเอา Ford Fiesta โฉมล่าสุดมาเข้าโครงการอีโคคาร์เฟส 2 อีกด้วย

  ก็คงเป็นเรื่องเสียดายที่จะเสียอีกทางเลือกรถในกลุ่ม C-Segment อีกหนึ่งรุ่น

  อ่านข้อมูลของ Ford Focus โฉมล่าสุดที่นี่ All-New Ford Focus พลิกโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิมพร้อมอัดแน่นความปลอดภัย

ที่มา Paultan / Bangkokpost