Like Box

วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

หลุด Honda StepWGN Minor Change ก่อนเปิดตัวที่ญี่ปุ่นเดือนกันยายนนี้

  Honda StepWGN เปิดตัวในตลาดญี่ปุ่นครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายนปี 2015 ถือว่าเป็นเวลา 2 ปี 3 เดือนแล้ว แต่ล่าสุดทาง Honda เตรียมพร้อมที่จะเปิดตัว StepWGN รุ่นปรับโฉม Minor Change เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันหลังจากที่คู่แข่งทยอยปรับโฉมและเปลี่ยนโฉมใหม่

  และตอนนี้ก็มีภาพหลุดใบหน้าของ StepWGN Minor Change ออกมาให้เห็นกันแล้ว ดีไซน์ด้านหน้ามีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นมากขึ้น มีลูกเล่นกระจังหน้ายึดยาวไปทิ่มในส่วนไฟหน้าซึ่งเป็นทรงใหม่เช่นกัน โดยไฟหน้าทรงใหม่จะเป็นแบบ LED ทรง C-Shape กรอบไฟตัดหมอกใหม่ออกแบบให้ดูสปอร์ตกว่าเดิม ไฟตัดหมอกก็จะเป็นแบบ LED นอกจากนั้นแล้วก็จะเห็นล้ออัลลอยลายใหม่ด้วย


   สำหรับ Honda StepWGN รุ่นปัจจุบันมีความยาวตัวถัง 4,690-4,735 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร. และสูง 1,840 -1,855 มิลลิเมตร มากับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน VTEC TURBO ขนาด 1.5 ลิตร L15B มากับพละกำลัง 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 203 นิวตันเมตร คาดว่าในรุ่นปรับโฉม Minor Change จะมีแนะนำตัขุมพลังไฮบริด SPORT HYBRID i-MMD และติดตั้งระบบช่วยเหลือใหม่ๆ รวมทั้งอัพเกรดชุดระบบความปลอดภัย Honda Sensing 

   มีการยืนยันแล้วว่า Honda StepWGN Minor Change จะเปิดตัวที่ญี่ปุ่นเดือนกันยายนนี้ ส่วนเมืองไทยนั้นถ้าอยากได้ก็รอการนำเข้าจากเกรย์มาร์เก็ตครับ

ที่มา blog.livedoor.jp

วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

All-New Rolls-Royce Phantom รถที่ถูกหมายมั่นปั้นมือให้มีความหรูหราที่สุดในโลก

  ค่ายอัครมหายานยนต์หรู Rolls-Royce ได้ทำการเผยโฉม All-New Rolls-Royce Phantom ซึ่งทางค่ายพยายามจะปั้นรถคันนี้ให้เป็นรถยนต์ที่หรูหราที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ และยังมอบ "นิยามใหม่ภายใต้ตัวตนเดิม เพิ่มเติมคือความสง่างามที่เพิ่มมากขึ้น"


   ภายนอกมากับดีไซน์ที่ยังคงเอกลักษณ์แบบ Phantom รุ่นที่แล้วแต่มีดีไซน์ที่ดูสะอาดตาและทันสมัยมากขึ้น ภายนอกออกแบบตะแกรงกระจังหน้าใหม่ที่ดูโค้งมนและทันสมัยมากขึ้น ติดตั้งโลโก้ "Spirit of Ecstasy" ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมประมาณครึ่งนิ้ว ไฟหน้าทรงใหม่ที่มีความมนกว่าเดิม โคมข้างในจะเป็นไฟหน้าเลเซอร์ที่ล้อมรอบด้วยไฟ LED Daytime Running Lights โดยทางค่าย Rolls-Royce ให้ข้อมูลไฟหน้าดวงนี้ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำด้วยไฟที่สามารถส่องออกไปเป็นระยะไกลถึง 600 เมตร 


  Rolls-Royce ยังติดตั้งวัสดุสแตนเลสสตีลขัดเงาบริเวณขอบฝากระโปรงหน้า รอบกระจกหน้า และขอบหน้าต่างประตูรถทุกบานจนไปถึงเสา C-Pillar ถือว่าเป็น "สแตนเลสสตีลชิ้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในบรรดารถทุกรุ่นบนโลกที่เคยสร้างมา" 

   อีกจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจนคือด้านท้ายที่ออกแบบให้ดูลาดเอียงกว่าเดิม และยังตกแต่งด้วยขอบสแตนเลสเพิ่มความหรู มากับไฟท้ายแบบ LED ที่ดูสวยประดุจ "อัญมณี" ตัวรถจะติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้วมาให้


  และแน่นอนว่าจุดเด่นของรถคันนี้คือภายในห้องโดยสารที่มีการตกแต่งอย่างหรูหราเพื่อให้สมกับความเป็นรถยนต์ที่หรูหราที่สุดในโลก การออกแบบยังคงมีกลิ่นอายจากรุ่นที่แล้วอยู่ เบาะนั่งด้านหน้าได้รับการออกแบบให้นั่งสบายมากขึ้น โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเก้าอี้ Eames Lounge Chair ปี 1956 ภายในยังมีการตกแต่งด้วยลายไม้รอบคัน ซึ่งก็ไม่ใช่แค่นั้น ในส่วนของด้านหลังยังซ่อนโต๊ะปิกนิคไว้บริเวณหลังเบาะหน้า และยังติดตั้งระบบความบันเทิงด้านหลังที่สามารถใช้งานได้ด้วยการเพียงกดปุ่มเท่านั้น


   สำหรับเบาะหลังนั้นทาง Rolls-Royce ยังมีตัวเลือกให้ในแบบที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งแบบเต็มๆสามารถนั่งใกล้ชิดกันได้ หรือ เบาะนั่งแยกที่มีที่วางแขนตรงกลาง และเบาะนั่งที่สามารถนอนได้แบบสบาย

   ภายในติดตั้งฟีเจอร์ใหม่ๆที่ทันสมัยและตกแต่งเพิ่มความหรูหราในหลายๆจุด อย่างชุดมาตรวัดใหม่ที่หันมาใช้ชุดหน้าจอ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว ชุดหน้าจอตรงกลางสามารถเลื่อนเก็บซ่อนลงได้ ชุดนาฬิกายังคงติดตั้งแบบอะนาล็อคเหมือนเดิม ลายไม้รอบคันที่ทำขึ้นมาด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีออปชั่นความหรูหราหลายอย่างให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นไฟเพดานรถที่ส่องสว่างเหมือนดาวบนท้องฟ้า หรือพนักพิงตรงกลางที่มีที่วางแก้วและขวดวิสกี้หรือขวดเหล้า

   วิศวกรต้องการให้ Phantom เจเนเรชั่นที่ 8 เป็นรถยนต์ที่มีภายในเงียบที่สุดในโลก จึงได้ทำการเสริม อะไรหลายอย่างคิดเป็นน้ำหนักก็ร่วมๆ 130 กิโลกรัม ซึ่งก็จะมีการติดตั้งฉนวนกันเสียงที่ทำจากอะลูมิเนียมหล่อขนาดใหญ่ กระจกรอบคันแบบสองชั้นซึ่งมีความหนา 6 มิลลิเมตร นอกจากนี้ยังติดตั้งยางขอบประตูรถแบบพิเศษ "Silent Seal" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งมีชั้นโฟมอยู่ภายในโดยสามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกรถได้ 9 เดซิเบล

  Rolls-Royce กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงดังเหล่านี้ทำให้ Phantom มีความเงียบกว่าเดิม 10% เมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้วในขณะที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม.) ทีมงานบริษัทยังบอกว่าระดับเสียงความดังเบาในรถนั้นวิศวกรต้องเช็คให้ชัดเจนเพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการปรับอย่างถูกต้องสมบูรณ์

  ขุมพลังของรถคันนี้จะมากับเครื่องเบนซิน 6.75 ลิตร V12 ทวินเทอร์โบบล็อกใหม่ มากับพละกำลัง 563 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 900 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 5.3 วินาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีดที่มาพร้อมเทคโนโลยี "Satellite Aided" เพื่อความแน่ใจว่ารถจะเปลี่ยนเกียร์ถูกต้องหรือไม่


  All-New Rolls-Royce Phantom สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่ที่ทำจากอลูมิเนียมสเปซเฟรมที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Rolls-Royce แพลตฟอร์มสามารถปรับขนาดได้และมีความยืดหยุ่นสูงเพื่อให้สามารถรองรับขนาดและน้ำหนักที่หลากหลายรวมทั้งระบบขับเคลื่อนและแรงบิดที่แตกต่างกัน

  โดยแพลตฟอร์มนี้แข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อน 30% และจะใช้กับโมเดลใหม่ในอนาคตทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Ghost, Wraith และ Dawn โฉมใหม่ และใน Cullinan ซึ่งเป็นครอสโอเวอร์คันแรกของค่ายที่จะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้

   เพื่อให้แน่ใจว่า All-New Rolls-Royce Phantom มีความสบายขณะโดยสารประดุจนั่งบนพรม ทางค่ายได้ทำการติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบปรับระดับได้ด้วยตัวเอง รถคันนี้ยังมีเพลาหน้าแบบ Double-wishbone และเพลาล้อหลังแบบ 5 Link

   All-New Rolls-Royce Phantom ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยมาให้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Active Cruise Control, ระบบช่วยเตือนการจราจร Cross-Traffic Warning, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Collision Warning และระบบเตือนการเปลี่ยนเลน Lane Change Warning ไฮไลต์อื่นๆก็จะมีจอ Head-Up Display และระบบแสดงมุมมองภาพรอบทิศทางที่ใช้กล้องรอบคัน 4 ตัว

  All-New Rolls-Royce Phantom จะวางขายเมื่อไหร่ และค่าตัวเท่าไหร่ยังไม่มีข้อมูล ส่วนจะมาเมืองไทยตอนไหนก็ต้องติดตามชมต่อไปครับ

ที่มา Carscoops

วันศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชม Honda City Hybrid ที่เพิ่งเปิดตัวในมาเลเซีย

   ก่อนหน้านี้ Honda ได้ทำการเปิดตัว Jazz Minor Change ในตลาดมาเลเซียที่มาพร้อมกับทา
เลือกขุมพลังไฮบริด เนื่องจากรัฐบาลมาเลเซียได้มีการสนับสนุนรถประเภทนี้โดยมีนโยบายเปิดการลงทุนรถยนต์อนุรักษ์พลังงาน Energy Efficient Vehicle (EEV) และล่าสุดคราวนี้ก็ถึงคิวของ City Hybrid บ้าง


  Honda ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกไฮบริดครั้งแรกในมาเลเซียเมื่อครั้งเปิดตัว Civic Hybrid เมื่อ 10 ปีที่แล้วและในช่วงปี 2011-2013 ถือเป็น "ยุคทอง" ของรถไฮบริดนำเข้าแบบปลอดภาษี ทางบริษัทได้นำเข้ารถไฮบริดของ Honda หลากรุ่นมาทำตลาด ได้แกา Insight, CR-Z, Civic Hybrid และ Jazz Hybrid หลังจากนั้นจึงมีการประกอบในประเทศหรือ CKD ในปี 2012 และในช่วงสิ้นปี 2013 ฮอนด้ามีส่วนแบ่งทางการตลาด 55% ของตลาดรถไฮบริดในประเทศก่อนที่จะปิดฉากการขายรถไฮบริดไป และตอนนี้ Honda ได้กลับมาอีกครั้ง

  มาเลเซียถือเป็นประเทศที่สองต่อจาก Honda ที่มีการแนะนำ Jazz Hybrid (ญี่ปุ่นใช้ชื่อ Fit Hybrid) และล่าสุดกับ City Hybrid (ญี่ปุ่นใช้ชื่อ Grace Hybrid)

   ขุมพลังใน Honda City Hybrid ก็จะใช้แบบเดียวกับ Jazz Hybrid โดยมีชื่อขุมพลังว่า Sport Hybrid i-DCD system  ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC แบบ Atkinson Cycle มากับพละกำลัง 110 แรงม้า PS และแรงบิด 134 นิวตัน-เมตรที่ 5,000 รอบต่อนาที รวมกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า 30 แรงม้า PS แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร รวมกำลังทั้งระบบอยู่ที่ 137 แรงม้าและแรงบิด 170 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch (DCT) 7 สปีด สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 3.9 ลิตร/100 กม. (ประมาณ 25.64 กม./ลิตร)


  Honda City Hybrid จะมากับชุดไฟหน้าแบบฮาโลเจนพร้อมไฟ Daytime Running Lights ภายในโคม ไม่มีไฟตัดหมอกมาให้ แต่มาล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยาง 185/55R16 เหมือนรุ่นท็อป ด้านท้ายมากับชุดไฟท้ายแบบ LED เหมือนรุ่นท็อปเช่นกัน สำหรับ City Hybrid จะมีรัศมีวงเลี้ยง 5.7 เมตร มีความจุสัมภาระด้านท้าย 536 ลิตร  ภายในห้องโดยสารจะแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ นั่นคือ ชุดมาตรวัดแบบใหม่และหัวเกียร์ทรงล้ำๆ 

  City Hybrid ของมาเลเซียจะแทรกกลางระหว่างรุ่น E และ V ในตลาดบ้านเขา และเป็นรุ่นที่ประกอบในมาเลเซียที่โรงงานในมะละกา โดยมีราคาค่าตัวอยู่ที่ 82,030 ริงกิต หรือประมาณ 641,000 บาทไทย โดยจะเริ่มส่งมอบและลงไปจอดตามศูนย์ให้พร้อมสำหรับการทดลองขับได้ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนเมืองไทยยังไม่มีแผนนำ City Hybrid มาขายครับ

ที่มา Paultan

วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

2019 Ford Ranger US Version อาจจะมีทางเลือก 3 เครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน

  อย่างที่ทราบกันดีว่ากระบะ Ford Ranger จะกลับมาในตลาดอเมริกาอีกครั้งในปี 2019 (อาจจะมีรูปโฉมที่ไม่เหมือนไทย) วางตัวเป็นคู่แข่ง Chevrolet Colorado, GMC Canyon และ Toyota Tacoma

ภาพประกอบคือ Ranger เวอร์ชั่นตลาดโลก
  กระบะ Ford Ranger US Version จะสร้างบนพื้นฐาน Body On Frame และเป็นพื้นฐานเดียวกับ Ranger T6 เวอร์ชั่นตลาดโลกที่ขายในไทยตอนนี้ แต่จะมีความพิเศษคือการติดตั้งดิสก์เบรกด้านหลัง ระบบกันสะเทือนแบบคอยล์สปริงพร้อมวัตต์ลิงก์ และทางเลือกเครื่องยนต์ใหม่ๆหลากหลายแบบด้วยกัน

  สำนักข่าว Motortrend รายงานว่า  Ford Ranger US Version อาจจะมีทางเลือกเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ พละกำลัง 175 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 237 นิวตัน-เมตร อีกเครื่องยนต์หนึ่งมีข่าวลือว่าอาจจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.3 ลิตรที่มาจาก Ford F-150 มีพละกำลัง 290 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 358 นิวตัน-เมตร) และเครื่องยนต์สุดท้ายอาจจะเป็นเครื่องดีเซลไม่ก็เบนซิน Ecoboost

  ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน เป็นเพียงข้อมูลที่มีการคาดการณ์กันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์อีกว่า Ranger US Version จะมีให้เลือกทั้งตัวถังตอนครึ่ง SuperCab และ 4 ประตู SuperCrew วางขายในราคาเริ่มต้นราวๆ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 670,000 บาทไทย) รุ่นระดับท็อปน่าจะมีฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น ไฟหน้า LED ฟังก์ชันปรับเบาะอุ่นด้านหน้า และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ เป็นต้น

ที่มา Carscoops

Teaser ล่าสุด Mazda CX-8 เผยให้เห็นในส่วนของด้านข้าง

 หากใครที่มองหารถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่มีเบาะนั่ง 3 แถวจาก Mazda ตอนนี้ก็ต้องไปหา CX-9 แต่ไม่ใช่กับตลาดญี่ปุ่นเนื่องจากว่าที่ญี่ปุ่นไม่มี CX-9 ขายอยู่ ทำให้ตลาดญี่ปุ่นไม่มีรถ Mazda ขนาด 6-7 ที่นั่งวางขาย จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมถึงสร้าง CX-8 ขึ้นมา

  ก่อนหน้านี้หลายเดือนก่อน Mazda ได้ปล่อยทีเซอร์ภายในห้องโดยสารของ CX-8 ออกมาให้ได้ชมกันแล้ว และล่าสุดทาง Mazda ได้ปล่อยภาพทีเซอร์ของ CX-8 อีกครั้ง ซึ่งเป็นในส่วนของด้านข้างตัวรถนั่นเอง

  รูปทรงนั้นก็แอบมีกลิ่นอายของ CX-9 มาไม่น้อยเหมือนกันแต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า ครึ่งคันหน้าน่าจะยกมาจาก CX-5 โฉมล่าสุดแต่อาจจะมีการปรับหน้าตาให้มีความแตกต่างกัน ส่วนครึ่งคันหลังจะมีการยืดให้ยาวกว่าเดิม ออกแบบช่วงกรอบประตูหลังเป็นต้นไปให้มีความโค้งมนมากขึ้น ในส่วนของด้านท้ายที่เคยมีภาพแอบถ่ายก็ออกมาก็จะเห็นมามีการออกแบบท้ายใหม่ให้ดูสวยและหรูหรากว่าเดิม

ภาพจาก http://ganbaremmc.exblog.jp/25770703/
  Mazda CX-8 จะมีฐานล้อยาว 2,930 มิลลิเมตรเท่ากับ CX-9 แต่ทว่าจะมีขนาดตัวถังอยู่ที่ 4,900 มิลลิเมตร สั้นกว่า CX-9 อยู่ที่ 175 มิลลิเมตร ความกว้างตัวถังอยู่ที่ 1,840 มิลลิเมตรเท่ากับ CX-5 โฉมล่าสุด ความสูงตัวรถอยู่ที่ 1,730 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า CX-9 ที่ 17 มิลลิเมตร แต่สูงกว่า CX-5 ที่ 55 มิลลิเมตร โดย CX-8 จะมากับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร SKYACTIV-D ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
   
  Mazda CX-8 จะเป็นรถอเนกประสงค์ระดับเรือธงของค่าย Mazda ในประเทศญี่ปุ่น ส่วนจะเปิดตัวเมื่อไหร่และประเทศอื่นๆจะมีโอกาสเอามาขายบ้างหรือไม่ต้องติดตาม

ที่มา Carscoops /  

ลือ! สปอร์ต Mazda RX-9 อาจเผยโฉมช่วงเดือนตุลาคมนี้ที่ญี่ปุ่น

  มีรายงานข่าวออกมาว่า Mazda ปฏิเสธข่าวลือที่จะไม่ทำรถสปอร์ตขุมพลังโรตารี่แล้ว และยังมีสื่อคาดการณ์ว่าสปอร์ตระดับเรือธงของ Mazda อาจจะเปิดตัวภายในงาน Toyko Motor Show 2017 ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมปีนี่

  ซึ่งสื่อหลายเจ้าต่างคาดการณ์ว่าสปอร์ตคันนี้อาจใช้ชื่อว่า RX-9 และการเปิดตัวนั้นจะเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของรถสปอร์ตรุ่นเก่า Mazda Cosmo ที่เป็นผู้บุกเบิกเครื่องยนต์โรตารี่อีกด้วย

  สำนักข่าว Levolant Boost รายงานว่าสปอร์ตคันใหม่ของ Mazda (ที่อาจจะชื่อ RX-9) จะมีดีไซน์ที่อ้างอิงมาจากต้นแบบ RX-Vision Concept ที่เปิดตัวในงาน Toyko Motor Show 2015 ที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว และจะมีน้ำหนักตัวอยู่ราวๆ 1,300-1,350 กิโลกรัม

  ว่ากันว่าขุมพลังโรตารี่บล็อกใหม่นี้อาจจะมีชื่อว่า "SkyActiv-R" จะมีพละกำลังไม่ต่ำกว่า 450 แรงม้า โดยค่าตัวของสปอร์ตคันนี้อาจเริ่มต้นที่ 8 ล้านเยน (ประมาณ 2,404,000 บาท) และถ้าข่าวลือทั้งหมดนี้จริง รถน่าจะเริ่มวางขายได้ในช่วงปี 2019

   ก็ต้องรอชมว่าในโอกาสที่ฉลอง 50 ปีเครื่องโรตารี่นั้นจะมีโอกาสได้เห็นรถสปอร์ต RX-9 หรือไม่

ที่มา Carscoops

วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Ford Fiesta อาจจะไม่ได้ไปต่อในตลาดในอเมริกา

  Ford อยู่ในระหว่างการเปิดตัว Fiesta โฉมใหม่ล่าสุดในตลาดประเทศต่างๆเพื่อแทนที่รุ่นเก่าที่อยู่ในตลาดมาเนิ่นนาน แต่แล้วก็มีข่าวลือว่า Ford Fiesta โฉมใหม่ล่าสุดจะไม่มีการเปิดตัวในตลาดอเมริกาเหนือแล้ว หรือหมายความว่า Fiesta อาจจะไม่ได้ไปต่อในอเมริกาเหนือนั่นเอง

  มีรายงานจากเว็บไซด์รถยนต์ชื่อว่า 0-100hotnews ของประเทศโรมาเนียว่า นาย Robert Stiller ผู้จัดการโครงการ B-Segment ของ Ford ได้ออกมาชี้แจงว่า Fiesta นั้นอาจจะไม่วางขายในตลาดอเมริกาอีกต่อไป

   นาย Stiller กล่าวว่า"สำหรับ Fiesta รุ่นที่แล้วถือเป็นรถ Global Model ของ Ford ที่วางจำหน่ายทั่วโลก แต่สำหรับเจเนเรชั่นล่าสุดนั้นจะมุ่งเน้นทำตลาดเฉพาะยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา ในตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐฯ จีน และแถบละตินอเมริกา กำลังมีความต้องการรถกลุ่มนี้น้อยลงและพวกเขาเริ่มรับรู้ผลเหล่านี้อยู่ ซึ่งแน่นอนว่าการยุติการทำตลาดจะไม่ใช่แค่รุ่นธรรมดาเท่านั้น นั่นจะรวมไปถึงตัวแรงอย่าง Fiesta ST ด้วย อย่างไรก็ตาม Global Model ของ Ford อาจจะเน้นไปที่ Ford Focus เจเนเรชั่นใหม่แทน

  สำหรับยอดขายของ Ford Fiesta เมื่อช่วงสิ้นปีที่แล้วมีตัวเลขยอดขายทั้งหมด 50,000 คันเมื่อเทียบกับยอดขาย 70,000 คันในช่วงปีก่อนๆหน้านี้ ซึ่งยอดขายที่ลดลงอาจจะเป็นเพราะอายุตลาดที่มากพอแล้ว อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ Focus ที่ขายได้เดือนละ 200,000 คันในแต่ละปี

  ในปัจจุบันตลาดกลุ่มนี้กลุ่ม GM ยังคงมี Chevrolet Spark และ Sonic Hatchback ขายอยู่ ทางด้าน FCA Group ก็เริ่มถอนรุ่น Dodge Dart และ Chrysler 200 ออกจากตลาด นอกนั้นก็จะเป็นรถนำเข้ามาเสียส่วนใหญ่ เช่น Toyota Yaris , Nissan Versa , Hyundai Accent , Kia Rio ส่วนผู้ผลิตรายอื่นอย่าง Mazda ที่มี Mazda 2 และ VW Group ที่มี VW Polo ไม่ได้เอารถพวกนี้มาขายแต่จะเน้นการทำตลาดรถกลุ่มครอสโอเวอร์แทนรถเหล่านี้

  แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นที่น่าลุ้นมากกว่าก็คือ Ford จะเอา Fiesta ออกจากตลาดประเทศไทยหรือไม่ อันนี้ยังคงต้องติดตามต่อไป

ที่มา Carscoops / 0-100

   

   

ประกาศชัด! กระบะ Mercedes-Benz X-Class จะไม่ทำเวอร์ชั่น AMG V8 ออกมา

  ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz ประกาศชัดว่าทางค่ายไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์กระบะ X-Class ด้วยรุ่นสมรรถนะสูง AMG พร้อมเครื่อง V8 ซึ่งได้รับการยืนยันจาก Mr.Volker Mornhinweg หัวหน้า Mercedes-Benz Vans ที่คุมทั่วภูมิภาคทั่วโลกบอกไว้ในงานเปิดตัวกระบะ X-Class ที่แอฟริกาใต้

  Mr. Mornhinweg บอกว่ากระบะ X-Class นั้นมีดีไซน์ที่สวยงามลงตัวมากพอแล้ว และคิดว่ารถรุ่นนี้ไม่เหมาะกับการติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ถือว่าเป็นการสยบข่าวลือรุ่น X63 การติดตั้งเครื่องยนต์ 4.0 ลิตร V8 Twin-Turbo ในกระบะ X-Class

  แต่อย่างไรก็ตามนั้น ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่กระบะ X-Class จะไม่มีรุ่นตัวแรงแปะตรา AMG ออกมา เพราะยังมีเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ที่สามารถนำมาวางแล้วขายในชื่อ X43 ได้ โดยแนวคิดนี้มาจาก Ms. Diane Tarr หัวหน้า Mercedes-Benz Vans ประจำภูมิภาคแอฟริกาใต้ที่ยังไม่ล้มเลิกแนวคิดนี้

  แต่ความเป็นไปได้มากสุดก็คือ การติดตั้งชุดแต่ง AMG Package เพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งหากแผนนี้เกิดขึ้นจริง ก็จะมีการออกแบบดีไซน์กันชนภายนอกให้ดูเกรี้ยวกราดขึ้น ล้ออัลลอยวงโตที่ดูสปอร์ตมากกว่าเดิม และตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่

ที่มา Carscoops

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

Honda จะย้ายการผลิต CR-V และ HR-V Euro-Spec มาไว้ในโรงงานประเทศญี่ปุ่น

  Honda วางแผนที่จะนำเข้า CR-V และ HR-V จากญี่ปุ่นมาขายในตลาดยุโรป เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานในญี่ปุ่นให้มากขึ้น

  สำนักข่าว Autonews รายงานว่าก่อนหน้านี้ Honda วางแผนที่จะผลิต CR-V เจเนเรชั่นใหม่ล่าสุดเวอร์ชั่นยุโรปในโรงงาน Ontario ประเทศแคนาดา แต่สุดท้ายแล้วโรงงานแห่งนี้จะมุ่งเน้นไปในการผลิตรถป้อนตลาดอเมริกาเหนือเสียมากกว่า

  Honda CR-V โฉมปัจจุบัน (หรือโฉมเก่า) ที่ขายในยุโรปนั้นได้รับการผลิตที่โรงงาน Swindon ประเทศอังกฤษ แต่ในเจเนเรชั่นใหม่นั้นจะถูกผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นแทน ส่วน Honda HR-V ที่ปัจจุบันนั้นผลิตที่เม็กซิโกก็ไม่ผลิตป้อนตลาดยุโรปแล้ว หลังจากรุ่นปรับโฉม Minor Change มาถึง โดยในปี 2019 นั้น Honda HR-V Euro-Spec ก็จะมาผลิตที่ญี่ปุ่นแทน

   David Hodgetts หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ Honda UK กล่าวว่า "มันจะเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะเติมเต็มกำลังการผลิตในโรงงานของเราที่ญี่ปุ่น"

  Honda ยังย้ายการผลิต Jazz Euro-Spec จากเดิมที่อยู่ในโรงงาน Swindon ประเทศอังกฤษและจีน มาไว้ที่ประเทศญี่ปุ่นแทน เนื่องจากว่าจะให้โรงงานอังกฤษเป็นศูนย์กลางการผลิต Civic Hatchback ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้

  สำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นถือเป็นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป โดยเมื่อปีที่แล้วญี่ปุ่นได้ส่งออกรถทั้งหมด 577,703 คันเข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากที่สหภาพยุโรปเห็นพ้องเรื่องข้อตกลงทางการค้าใหม่ของญี่ปุ่นที่จะทำให้เสียภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่น 10% เพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดอาหารของญี่ปุ่นได้มากขึ้น
  
ที่มา Carscoops

Kia Sorento Minor Change ปรับโฉมอเนกประสงค์แดนกิมจิ

  Kia Sorento เมืองไทยยังขายเจเนเรชั่นเก่าอยู่เลย แต่สำหรับเจเนเรชั่นปัจจุบันที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2014 นั้นมีอายุในตลาด 3 ปีแล้ว จึงก็ได้รับการปรับโฉมให้สดใหม่ขึ้น โดยได้ทำการเปิดตัวในตลาดบ้านเกิดอย่างเกาหลีใต้ จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอะไรบ้างไปชมกันครับ

  ภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงโคมไฟหน้าใหม่แบบ LED 3 ดวง พร้อมไฟ Daytime Running Lights สีเหลืองภายในโคม กระจังหน้ายังมีการออกแบบลายตะแกรงใหม่ให้ดูดีมากขึ้น กันชนหน้าออกแบบใหม่พร้อมไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่แบบ LED 4 เม็ด ส่วนด้านท้ายมีการออกแบบรายละเอียดไฟท้ายแบบ LED ใหม่ ปรับปรุงดีไซน์กันชนท้ายใหม่ และยังมีล้ออัลลอยลายใหม่แบบปัดเงาขนาด 19 นิ้ว

  ภายในห้องโดยสารมีการตกแต่งภายในให้ดูหรูหรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเบาะสีใหม่ที่เดินด้ายตะเข็บให้หรูขึ้น ตกแต่งรอบคันด้วยวัสดุ Piano Black พวงมาลัยมีการเปลี่ยนทรงใหม่ หน้าจอสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto หัวเกียร์ออกแบบใหม่ ฟังก์ชั่นอื่นๆก็จะมีเบาะนั่งด้านหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ แท่นชาร์จไร้สายและฝาท้ายแบบปิด-เปิดอัตโนมัติ

   ขุมพลังที่เกาหลีใต้จะมีจำหน่ายด้วยเครื่องยนต์ 3 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร พละกำลัง 186 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 402 นิวตัน-เมตร , เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร พละกำลัง 202 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร T-GDI พละกำลัง 240 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 353 นิวตัน-เมตร ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ

  ระบบความปลอดภัยเด็ดๆก็จะมีระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ Lane Keeping Assist , ระบบควบคุมความเร็วที่ทำงานร่วมกับเตือนการชนด้านหน้าเพื่อชะลอความเร็ว Smart cruise control with Forward Collision Assist , ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Warning , ระบบไฟหน้า , Dynamic Bending Lights , ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ Driver Alert Warning และระบบเตือนแรงดันลมยาง Tyre Pressure Monitoring System

   Kia Sorento Minor Change จะวางขายในเกาหลีในราคาเริ่มต้นที่  27,850,000 วอน หรือประมาณ 830,000 บาทไทย

ที่มา Paultan

วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชม Ford F-150 Police Responder กระบะสุดแกร่งในมาดรถตำรวจ

  น่าจะถูกใจสาวกกระบะพันธุ์แกร่งไม่น้อยเมื่อค่าย Ford ได้ทำการเผยโฉม F-150 Police Responder ที่มาในมาดของรถตำรวจของสหรัฐอเมริกา

  Ford บอกว่า F-150 ถือว่าเป็นรถกระบะประเภทแรกที่ได้รับการยอมรับในระดับแนวหน้าและมีความพร้อมเพื่อให้แน่ใจได้ว่าจะต้องปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมในย่านชนบทภายใต้หน่วยงานของนายอำเภอ รวมทั้งในงานปฏิบัติการลาดตระเวนที่ชายแดน และหน่วยงานด้านการประมง

   ภายนอกมีการติดตั้งไซเรน กันชนหน้าและไฟด้านหน้าตามปกติของรถตำรวจ ใต้ท้องรถยังมีการติดตั้งแผ่นกันกระแทกเพื่อป้องกันขอบหิน เศษหิน และรองรับการใช้งานในภูมิประเทศที่มีพื้นผิวขรุขระอย่างในย่านชนบท

  Ford F-150 Police Responder มีการอัพเกรดบาร์กันโคลงและแพ็คเกจ Police-Calibrated Brake System ที่ประกอบด้วยการอัพเกรดคาลิปเปอร์เบรกและแผ่นผ้าดิสก์เบรกซึ่งทั้งหมดนี่จะช่วยปรับปรุงระบบเบรกของรถและการขับขี่ที่ดีขึ้น ล้ออัลลอยมากับขนาด 18 นิ้วเป็นมาตรฐานหุ้มด้วยยาง All-Terrain

   รถตำรวจพันธุ์แกร่งคันนี้จะสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Ford F-150 รุ่น FX4 ตัวถัง Supercrew 4 ประตู ซึ่งถือว่าช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานสูงสุดในด้านการรองรับผู้โดยสาร น้ำหนักบรรทุก และประสิทธิภาพการลากจูงที่สามารถรองรับการลากในน้ำหนักสูงสุด 3,175 กิโลกรัม

   เครื่องยนต์รถคันนี้จะใช้เครื่อง EcoBoost V6 ขนาด 3.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 375 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 637 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ SelectShift 10 สปีดพร้อมด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ความเร็วสูงสุดจำกัดที่ 161 กม. / ชม. เพื่อรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าอีกมากในรถคันนี้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าอัลตร้าแอ็กเกอร์ 240 แอมป์ รองรับการใช้งานทั้งในขณะรถติดเครื่องหรือดับเครื่องอยู่

  และแน่นอนว่าถ้าคนไทยอยากได้ Ford F-150 มาใช้ก็ต้องไปสั่งนำเข้ากับผู้นำเข้าอิสระเอาครับ

ที่มา Paultan